วัดดังในนครปฐม

วัดศรีมหาโพธิ์

สถานที่ตั้ง : อำเภอนครชัยศรี นครปฐม

บรรยากาศ : เป็นวัดเล็กๆ ที่เป็นศูนย์รวมของชาวบ้าน มีโบสถ์เก่าแก่สมัยอยุธยา มีการสร้างพระโพธิสัตว์กวนอิมขนาดใหญ่เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวเปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-18.00 น.


วัดศรีมหาโพธิ์
วัดศรีมหาโพธิ์ เป็นวัดราษฎร์สังกัดมหานิกาย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น ในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ จากคำบอกเล่าของชาวบ้านได้เล่าว่า ในอดีตบริเวณที่ตั้งวัดมีต้นโพธิ์ลอยทวนกระแสน้ำในลำคลองบางพระ ซึ่งแยกจากแม่น้ำท่าจีน ต้นโพธิ์ได้ถูกนำมาปลูกไว้ในบริเวณนี้และที่ใต้ต้นโพธิ์นั้นมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ติดอยู่ด้วย จึงได้อัญเชิญอาราธนาพรพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานและก่อตั้งเป็นวัดขึ้น ชื่อว่า "วัดศรีมหาโพธิ์" ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2516 มีเนื้อที่ทั้งหมด 56 ไร่ 20 ตารางวา


วิหารวัดพระศรีมหาโพธิ์  อยู่ในเขตอำเภอนครชัยศรี มีขนาดค่อนข้างเล็ก ฐานมีลักษณะแอ่นโค้งลงแบบตกท้องช้าง หลังคามุงด้วยกระเบื้องกาบกล้วย ด้านหน้าประตูทางเข้าเพียงบานเดียว ตรงสันอกเสาแกะสลักลายไข่ปลา และลายแข้งสิงห์ ด้านหน้ามีหน้าต่างเพียง ๑ บาน ส่วนวิหารไม่มีหน้าต่างทั้ง ๒ ผนัง เพดานวางขื่อลอยแบบสมัยอยุธยา เพดานด้านบนตรงพระประธาน มีลวดลายเขียนด้วยสีรงค์ บนพื้นแดงงดงามมาก คล้ายกับวัดสระบัว จังหวัดเพชรบุรี ตัวลายกนกเขียนคล้ายลายอ่อนอย่างจีน ส่วนลวดลายดาวเขียนอย่างไทย ลายเชิงและลายประจำยามก้ามปู เขียนได้สมบูรณ์ 

วัดศรีมหาโพธิ์  เป็นวัดราษฎร์  สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย  ตั้งอยู่เลขที่  132   หมู่ที่ 4  ตำบลศรีมหาโพธิ์  อำเภอนครชัยศรี  จังหวัดนครปฐม  มีเนื้อที่ประมาณ  56  ไร่  20  ตารางวา

ประวัติ

        สันนิษฐาน  และตามโครงการสำรวจเตรียมการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน  กองโบราณคดี  กรมศิลปากร  สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง  ในสมัยพระเจ้าเอกาทศรถ  จากประวัติชาวบ้านได้เล่าขานสืบกันมาว่า  ครั้งนั้นมีต้นโพธิ์ลอยทวนกระแสน้ำในคลองบางพระซึ่งแยกจากแม่น้ำท่าจีน  ได้ถูกนำขึ้นมาปลูกในบริเวณนี้และที่ใต้ต้นโพธิ์นั้นมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ติดอยู่ด้วย  จึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นมาประดิษฐาน  จากนั้นจึงก่อตั้งขึ้นเป็นวัด
        พระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ประดิษฐานที่วัดนี้มีอายุประมาณ  368  ปี  มีเนื้อเป็นหินทรายแดง  จึงได้นามว่า  “หลวงพ่อแดง”  ต่อมาไม่นานมีผู้พบเห็นลำแสง  ดวงกลม  ลอยอยู่รอบ ๆ องค์พระจึงตั้งนามให้ใหม่ว่า  “หลวงพ่อแดงแสงกายสิทธิ์”ภายในบริเวณใกล้ ๆ กับวิหารของหลวงพ่อแดงยังมีโบราณสถานอีกอย่างหนึ่ง  คือ  วิหารหลังเก่า  ซึ่งทางกรมศิลปกรณ์ได้มาตรวจสอบดูแล้วว่ามีความเก่าแก่  ซึ่งทางกรมศิลปกรณ์ได้มาตรวจสอบดูแล้วว่ามีความเก่าแก่ใกล้เคียงกับองค์หลวงพ่อแดงฯมาก  คือประมาณ  368  ปี  ซึ่งอาจสร้างขึ้นมาพร้อมกันก็ได้  ในวิหารหลังเก่านั้นยังมีพระพุทธรูปเก่าแก่ประดิษฐานอยู่  9  องค์  คือ  พระประธานองค์ใหญ่  1  องค์  เป็นพระพุทธรูปสลักขึ้นจากเนื้อหินทรายแดง  ถ้าผู้ใดมากราบไหว้หลวงพ่อแดงแล้ว  ต้องมากราบไหว้พระพุทธรูปในวิหารด้วย  เพราะมีความศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน  ถือว่าเป็นความศักดิ์สิทธิ์ร่วมสมัยเดียวกัน

 วัดศรีมหาโพธิ์

ปูชนียวัตถุที่สำคัญในวัด

1.พระพุทธรูปปางไสยาสน์  เนื้อหินทรายแดงชื่อ  หลวงพ่อแดงแสงกายสิทธิ์  มีความเก่าแก่ประมาณ  368  ปี  ตามที่กรมศิลปากรสำรวจไว้

2.พระประธานในวิหารหลังเก่า  ปางสมาธิเนื้อหินทรายแดง  มีความเก่าแก่สมัยเดียวกัน

3.วิหาร  เป็นวิหารที่กรมศิลปากร  ได้สำรวจขึ้นทะเบียนไว้ว่าเป็นโบราณสถานที่เก่าแก่  สร้างสมัยอยุธยาตอนกลาง

4.รูปหล่อพระโพธิสัตว์กวนอิม  ที่หล่อด้วยเนื้อโลหะที่มีความสูงถึง  11.9  เมตร  ซึ่งน่าจะเป็นองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมที่หล่อด้วยโลหะสูงที่สุดในโลกลำดับรายนามเจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์

            เมื่อแรกก่อตั้งวัดสมัยอยุธยาตอนกลาง  พอมีชาวบ้านมาอยู่รวมกันมากขึ้น  จึงได้ร่วมมือร่วมใจกันสร้างวัดขึ้น  เพื่อเป็นที่บำเพ็ญกุศล  อันเป็นวิสัยของชาวพุทธแต่ไหนแต่ไรมา  เมื่อสร้างวัดขึ้นแล้วก็มีพระอยู่จำพรรษา  ในระยะแรกไม่มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน  จึงไม่สามารถทราบได้โดยตลอดว่ามีพระภิกษุรูปใดบ้างที่เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกและรูปต่อ ๆ มา  จนกระทั่งปี  พ.ศ.2486  ได้รวบรวมหลักฐานจนคนเฒ่าคนแก่ในท้องถิ่นที่พอเชื่อถือได้บอกเล่าต่อกันมาไว้เป็นหลักฐานได้  ประมาณ  พ.ศ.2486  จนถึงปัจจุบันได้มีพระภิกษุดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์  พอจะเรียงตามลำดับดังนี้

1.พระอาจารย์เฉ่ง  ยังไม่อาจสืบประวัติได้ว่าเป็นเจ้าอาวาสเมื่อใดถึงเมื่อใด

2.พระอาจารย์ทัด  ยังไม่อาจสืบประวัติได้ว่าเป็นเจ้าอาวาสเมื่อใดถึงเมื่อใด

3.พระอาจารย์ย้อย  อินฺทโร  ประมาณปี  พ.ศ.2486-2489

4.หลวงตาปลื้ม  นิยะมะ  พ.ศ.2489-2490

5.หลวงตาพวง  พ.ศ.2490-2492

6.หลวงตาหรั่ง  พ.ศ.2492-2495

7.พระอธิการพิง  จนฺทสโร  พ.ศ.2495-2507

8.พระอธิการศรี  ธมฺมวโร  พ.ศ.2507-2517

9.พระครูพิทักษ์โพธิวัฒน์  พ.ศ.2517-จนถึงปัจจุบัน

พระโพธิสัตว์กวนอิมปางหลั่งน้ำทิพย์มนต์

         ทำด้วยโลหะสูง  11.9  เมตร  (นับจากฐานบัวสูง  14.6  เมตร)  อันเป็นพระกวนอิมมหาโพธิสัตว์โลหะที่สูงที่สุดในโลก  ประทับยืนบนศาลาปฏิบัติธรรม  พระหัตถ์ขวาทรงถือแก้วมณี  พระหัตถ์ซ้ายทรงถือคนโทหลั่งน้ำทิพย์มนต์  ลักษณะพิเศษคือส่วนที่เป็นพระพักตร์มีลักษณะอยู่ในวัยดรุณีต่างจากพระพักตร์ที่พบเห็นทั่วไป  ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด  รูปปั้น  รูปแกะสลัก  ซึ่งจะสร้างพระพักตร์อยู่ในวัยกลางคน  ลักษณะของพระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ดังกล่าวได้เค้าแบบมาจากพระโพธิสัตว์กวนอิม  องค์หนึ่ง  ซึ่งช่างชาวไต้หวันได้แกะสลักจากหินอ่อน  มีความสูงขนาด  1.12  เมตร  (นับจากฐานบัวสูง  1.37  เมตร)  ประดิษฐานอยู่ที่ตำหนักเก๋งจีนในสวนอุตสาหกรรมบ้านแพน  อำเภอเสนา  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เมื่อปี พ.ศ.2534         

        งานหล่อพระโพธิสัตว์กวนอิม  ได้รับพระกรุณาจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี  เสด็จพระราชดำเนินทรงเททองหล่อพระพักตร์  เมื่อวันที่  30  สิงหาคม  2537  เมื่อหล่อเสร็จทั้งองค์ได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนอาคารปฏิบัติธรรม  เมื่อวันที่  11  กุมภาพันธ์  2539

พระโพธิสัตว์กวนอิมปางมหากรุณาธารณี

        ประดิษฐานเป็นประธานภายในอาคารปฏิบัติธรรม  มีขนาดหน้าตักประมาณ  68  นิ้ว  หรือ  1.73  เมตร  สูง  3.70  เมตร  ส่วนกว้างจากพระหัตถ์ด้านขวาถึงด้านซ้าย  3.5  เมตร  มี  88  พระกร  2  พระกรแรกอยู่ในท่าสมาธิ  อีก  2  พระกร  อยู่ในท่าแผ่เมตตา  ส่วน  84  พระกรที่เหลือแต่ละพระหัสถ์จะเป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมขนาดหน้าตักประมาณ  7  นิ้ว  ในปางต่าง ๆ ที่ทรงนิรมิตรูปกายโปรดสัตว์  เพื่อสื่อความหมายแห่งความเมตตากรุณาอย่างลึกซึ้งที่สุด