วัดดังในนครปฐม

วัดไผ่ล้อม

สถานที่ตั้ง :อำเภอเมืองนครปฐม นครปฐม

บรรยากาศ : สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 สันนิษฐานกันว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาล ที่ 4 มี ความเลื่อมใสในบวรพุทธศาสนา ได้เกณฑ์ชาวมอญที่ได้อยู่ใต้โพธิสมภาร มาช่วยกันบูรณะองค์พระปฐมเจดีย์ และชาวมอญเหล่านี้ได้มาพักอยู่ ณ บริเวณสวนป่าไผ่ใกล้องค์พระปฐมเจดีย์ ห่างกันประมาณ 500เมตร ในกาลต่อมาดงไผ่ที่ขึ้นหนาทึบและที่อยู่อาศัยร้าง ต่อมาชาวบ้านละแวกนั้นเห็นว่าสถานที่บริเวณนี้สมควรตั้งเป็นสำนักสงฆ์ จึงได้อาราธนาพระภิกษุจากวัดพระปฐมเจดีย์ มาจำพรรษา แต่ก็ได้เป็นชั่วครั้งชั่วคราว ขณะเดียวกันยังมีชาวไทยเชื้อสายมอญหลงเหลืออยู่อาศัยในถิ่นนี้และมีศรัทธาแรงกล้าในการบวชพุทธศาสนา จึงสันนิษฐานกันว่าแต่เดิมบริเวณนี้เป็นดงไผ่หนาทึบ กระทั่งพระภิกษุที่อยู่พรรษาที่ก่อสร้าง และมีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยมากขึ้นต้นไผ่ที่เคยหนาทึบ ได้ถูกชาวบ้านหักล้าง ถางฟันจนหมดเพื่อไปทำที่อยู่อาศัย และได้กลายมาเป็นชื่อวัดไผ่ล้อมจนมาถึงปัจจุบันนี้

ประวัติความเป็นมา
วัดไผ่ล้อมเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 2 ถนนเทศา ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม มีเนื้อที่ 13 ไร่ - งาน 84 ตารางวา ตามหนังสือ โฉนดเลขที่ 7026 มีอาณาเขตดังนี้คือ
ทิศเหนือ จรด ศาลจังหวัดนครปฐม
ทิศใต้จรดโรงเรียนวัดไผ่ล้อม
ทิศตะวันออก จรด โฉนดที่ดินเลขที่ 7027
ทิศตะวันตกจรดถนนสาธารณะของเทศเมืองนครปฐม
วัดไผ่ล้อมเดิม สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 สันนิษฐานกันว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาล ที่ 4 มี ความเลื่อมใสในบวรพุทธศาสนา ได้เกณฑ์ชาวมอญที่ได้อยู่ใต้โพธิสมภาร มาช่วยกันบูรณองค์พระปฐมเจดีย์ และชาวมอญเหล่านี้ได้มาพักอายอยู่ ณ บริเวณสวนป่าไผ่ใกล้องค์พระปฐมเจดีย์ ห่างกันประมาณ 500เมตร
ในกาลต่อมาดงไผ่ที่ขึ้นหนาทึบและที่อยู่อาศัยร้างผู้คนเป็นที่สงบร่มเย็นพระภิกษุผู้แสวงหาธรรมจาริกมาพบ เห็นเข้า เป็นที่วิเวก จึงได้ปักกลดลดบริขารง บำเพ็ญสมณธรรม รูปแล้วรู)เล่าและก็จากไปเป็นอยู่อย่างนี้เรื่อยๆต่อ มาชาวบ้าน ละแวกนั้นเห็นว่าสถานที่บริเวณนี้สมควรตั้งเป็นสำนักสงฆ์ จึงได้อราธนาพระภิกษุจากวัดพระปฐมเจดีย์ มาจำพรรษา แต่ก็ได้เป็นนชั่วครั้งชั่วคราว
ขณะเดียวกันยังมีชาวไทยเชื้อสายมอญหลงเหลืออยู่อาศัยในถิ่นนี้และมีศรัทธาแรงกล้าในการบวชพุทธศาสนา จึง สันนิษฐานกันว่าแต่เดิมบรเวณนี้เป็นดงไผ่หนาทึบ กระทั่งพระภิกษุที่อยู่พรรษาที่ก่อสร้างเสนาสนะ และมีผู้คน เข้ามา อยู่อาศัยมากขึ้นต้นไผ่ที่เคยหนาทึบ ได้ถูกชาวบ้านหักล้าง ถางฟันจนหมดเพื่อไปทำที่อยู่อาศัย แทบจะหาต้น ไผ่หลง เหลืออยู่น้อยมาก จะมีอยู่บ้างก็บริเวณรอบๆ วัดเท่านั้น และได้กลายมาเป็นชื่อวัดไผ่ล้อมจนมาถึงปัจจุบันนี้กาลสมัยต่อมา
วัดไผ่ล้อมร้างขาดเจ้าอาวาสอยู่นาน กระทั่งปี พ.ศ 2486 ทางคณะสงฆ์จึงได้แต่ง ตั้งพระอาจารย์พูล อตตรกโข
ซึ่งขณะนั้นจำพรรษาอยู่วัดพระงาม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการแทนเจ้าอาวาสและต่อมา เมื่อสันที่ 12 พฤษภคม พ.ศ. 2492 ท่านจึงได้รับการแต่งตั้ง ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ยังไม่มีอุโบสถ ไว้ประกอบสังฆกรรมพระอาจารย์พูลจึงปรึกษากับพระเถระผู้ใหญ่ ซึ่งมีพระราชธรรมาภรณ์(หลวงพ่อเงิน) วัดดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม และญาติโยมผู้มีจิตศัทธาทั่วไปร่วมกันสร้างอุโบสถขึ้นโดยเริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2490 กว่าจะแล้วเสร็จต้องใช้เวลาถึง 3 ปี พระอาจารย์พูล ยังได้ดำเนินการสร้างเสนาสนะให้วัดไผ่ล้อม มีความเจริญ ทางถาวรวัตถุอย่างมากมายหลายประการ อาทิ ศาลาการเปรียญ โรงเรียนปริยัติธรรม ศาลาฌาปนสถาน ศาลาปฏิบัติ ธรรมกลางน้ำ หอระฆัง กุฎิสงฆ์ โรงเรียนวัดไผ่ล้อม จนมาถึงในยุคปัจจุบัน
ปัจจุบัน ลูกศิษย์ และนักท่องเที่ยว จะเข้านมัสการพระพุธรูปภายในโบสถ์ เพื่อขอพรและความเป็นศิริมงคล จากหลวงพ่อ ภายในโบสถ์อันสวยงามของวัดไผ่ล้อม และที่ขาดไม่ได้จะเข้านมัสการรูปปั้นของหลวงพ่อพูล และร่างของท่านในโลงแก้ว