ข้อมูลพื้นฐาน

จังหวัดนครปฐมกับแม่น้ำนครชัยศรี

  คำขวัญประจำจังหวัดนครปฐม
"ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน สนามจันทร์งามล้น พุทธมณฑลคู่ธรณี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า"     

           จังหวัดนครปฐมแบ่งเขตพื้นที่ออกเป็น 7 อำเภอ แม่น้ำนครชัยศรี ไหลผ่าน 3 อำเภอ คือ อำเภอบางเลน อำเภอนครชัยศรี และอำเภอนครชัยศรี และอำเภอสามพรานบริเวณนี้เป็นที่ราบลุ่มมีน้ำไหลขึ้นและไหลลง บางปีมีน้ำหลากท่วมพื้นที่นา และสวนสองฟากฝั่ง ส่วนตัวเมืองนครปฐม ตั้งอยู่พื้นที่ที่สูงกว่าห่างจากแม่น้ำนครชัยศรี 12 กิโลเมตร สาเหตุที่ตัวเมืองนครปฐมไม่ตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์เหมือนจังหวัดนนทบุรี สมุทรสาคร และอยุธยา เพราะมีโบราณสถานคือ องค์พระปฐมเจดีย์เป็นสำคัญ แต่เดิมที่ริมแม่น้ำนครชัยศรีมีที่ทำการมณฑลนครชัยศรีตั้งอยู่ตรงใกล้กับวัดกลางบางแก้ว ปัจจุบันที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งของโรงงานกลั่นน้ำมันพืช ถ้าล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ไม่ย้ายมณฑลนครชัยศรีไปอยู่บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ ที่ริมแม่น้ำดังกล่าวอาจเป็นที่ตั้งของจัวหวัดนครปฐม เช่นเดียวกับบ้านตลาดขวัญ ที่ยกฐานะให้เป็นที่ตั้งของจังหวัดนนทบุรี

          แม่น้ำนครชัยศรีเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมามีบทบาทสำคัญมาก ในด้านการคมนาคมขนส่งสินค้าทางเศรษฐกิจของประเทศ เช่น เป็นทางลำเลียงแพไม้สักสู่กรุงเทพฯ เป็นทางลำเลียงข้าว และพืชไร่จากภาคเหนือสู่กรุงเทพฯ เป็นทางสัญจรของชาวบ้านและผู้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ จากจังหวัดชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี และนครปฐม เนื่องด้วยขณะนั้นยังไม่มีถนนมาลัยแมนเชื่อมระหว่างนครปฐมกับสุพรรณบุรี นอกจากนั้นแม่น้ำนครชัยศรียังเป็นอยู่ข้าวอู่น้ำของชาวนครปฐมดั้งเดิม

           ในสมัยรัชกาลที่ 5 ริมแม่น้ำนครชัยศรีเคยเป็นที่ปลูกอ้อยและโรงงานทำน้ำตาลทรายผลิตส่งขายต่างประเทศหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณอำเภอนครชัยศรี สามพราน เลยไปจนถึงอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร น้ำในแม่น้ำนครชัยศรีไหลเข้าไปในคลองหลายสายทั่วพื้นที่ทำนา ทำสวนทั้งสองฝั่ง ก่อให้เกิดผลผลิตข้าวอย่างกว้างขวาง ดังจะเห็นได้จากโรงสีข้าว ตั้งเรียงรายตามลำแม่น้ำมากมาย พันธุ์ข้าวที่ดีมีชื่อเสียงเกิดชึ้นที่บริเวณนี้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ สวนผลไม้ที่มีชื่อเสียงก็เช่นเดียวกัน ดังที่ คำขวัญที่กล่าวกันว่า นครปฐมเป็นดินแดน ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน สนามจันทร์งามล้น พุทธมณฑลคู่ธานี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า ซึ่งสิ่งดี ๆ ดังกล่าวเกิดที่ลุ่มแม่น้ำนครชัยศรีทั้งนั้น ครั้นเมื่อมีการตั้งเมืองนครปฐมขึ้นในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ความเจริญต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นที่นั่นต่อมา

            ปัจจุบันความเจริญเกิดขึ้นที่ริมถนน ทำให้แม่น้ำนครชัยศรีซบเซาลงไปมาก สถานประกอบการทางธุรกิจแบบดั้งเดิมเลิกล้มไป เช่น โรงสีข้าว เรือเมล์สายสุพรรณ - กรุงเทพฯ โรงงานย้อมผ้าดำ ตลาดริมน้ำ โรงต่อเรือ ฯลฯ ที่เหลืออยู่อย่างเดิมคือ ชาวนา ชาวสวน วัดวาอาราม เท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ คือ โรงงานอาหารสัตว์ ฯลฯ อาจทำให้เกิดมลภาวะทางแม่น้ำนครชัยศรีเน่าเสียในฤดูแล้งชาวบ้านใช้น้ำบริโภคไม่ได้ เกิดผลกระทบต่อการปลูกพืช ซ้ำยังมีผักชวาลอยอยู่เต็มแม่น้ำในบางฤดูลำบากแก่คนจนริมแม่น้ำที่จำเป็นต้องสัญจรไปมาหาสู่กัน แม่น้ำนครชัยศรีปัจจุบันจึงดูเงียบเหงาลงทุกที